ทำยังไง? จามไม่หยุด แถมฉุดปัสสาวะเล็ดไม่อยู่

มีใครคิดเหมือนกับ Pynpy’ ไหมคะว่า สภาพอากาศประเทศไทยเนี่ย ชวนจามอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน โอ้โห จามเช้า จามสาย บ่ายก็จาม เย็นก็จาม ซึ่งบางครั้ง… แค่จามเฉย ๆ ก็จังหวะชีวิตก็สะดุดแล้ว เช่น จามในห้องประชุม จามตอนใช้ขนส่งสาธารณะ แล้วถ้ายิ่งการจามตามมาด้วย ‘ปัสสาวะเล็ด’ ก็อาจจะไม่สบายตัวไม่สบายใจเข้าไปอีก จาม 10 ที ฉี่ปิ๊ด 9 ที แบบนี้แอบเซ็งใช่ไหมคะ

เพื่อน ๆ คนไหน กำลังประสบปัญหานี้อยู่ Pynpy’ ขอบอกเลยว่า ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเพื่อน ๆ ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะการจามที่มากับปัสสาวะเล็ดเนี่ย เกิดขึ้นกับหลายคนเลยล่ะค่ะ ดังนั้น Pynpy’ เลยจะมาแชร์สาระดี ๆ เพื่อช่วยรับมือกับปัสสาวะเล็ดเวลาจามให้ค่า เชิญรับชมต่อได้เลยน้าค้า

ปัสสาวะเล็ด ตอนจาม ไอ

ทำไมนะ? จามหนึ่งที ไม่มีใครนินทา แต่ว่าดันมีปัสสาวะเล็ด

เคยได้ยินไหมคะว่า… จาม 1 ครั้ง เชื่อว่ามีคนนินทา จาม 2 ครั้ง เชื่อว่ามีคนคิดถึง จาม 4 ครั้ง เชื่อว่าจะโชคดี อันนี้จริงหรือไม่จริง Pynpy’ ไม่รู้เลยค่ะ แต่ที่รู้ ๆ ก็คือ… ถ้าจามแล้วมีปัสสาวะเล็ดเนี่ย เกิดจากพวกกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเส้นเอ็นที่พยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอลงค่ะ จนทำให้ท่อปัสสาวะและหูรูดมีการหย่อนตัว

พอเกิดแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น มันก็เลยปิดกั้นปัสสาวะที่ถูกส่งผ่านแรงดันมาจากกระเพาะปัสสาวะเอาไว้ไม่อยู่นั่นเอง พอไอที จามที หรือออกแรงที ก็เลยมีฉี่เล็ดปิ๊ด ๆ ออกมาค่ะ ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดมีดังนี้เลยจ้า

  • อายุมากขึ้น : ร่างกายเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา รวมไปถึงพวกกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเส้นเอ็นของอุ้งเชิงกรานด้วย
  • วัยหมดประจำเดือน : ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ซึ่งโดยปกติแล้ว ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เยื่อบุในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะมีความแข็งแรง
  • การคลอดลูก : กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออุ้งเชิงกรานถูกยืดจนหย่อนหรือเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการคลอดเด็กที่น้ำหนักตัวมาก ๆ คลอดยาก ๆ หรือคลอดมาหลายคนแล้ว กล้ามเนื้อที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะจึงอ่อนแอลง
  • น้ำหนักตัวเยอะ : พูดง่าย ๆ คือ ถ้าอ้วนหรือน้ำหนักตัวเยอะเกิน อาจเกิดแรงกดทับบริเวณท้องน้อย ส่งผลต่อการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ จนมีฉี่เล็ดออกมา
  • การผ่าตัด : โดยเฉพาะการผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน อาจเกิดความเสียหายที่กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทที่ควบควมการทำงานที่เกี่ยวกับปัสสาวะ
  • ระบบประสาท : ภาวะหรือโรคบางชนิดก็ส่งผลต่อการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
  • แรงดันในช่องท้อง : กิจกรรมที่ใช้แรงท้องหนัก โดยเฉพาะนักกีฬาที่เจอแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง กระโดด ยิมนาสติก วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก เป็นต้น จะเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานไม่สามารถต้านทานแรงดันได้

อ. พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ได้กล่าวว่า…

ไอจามแล้วปัสสาวะเล็ด อาจเสี่ยงเป็นภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้นะค้า ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและฟื้นฟูกันน้า ไม่ควรชะล่าใจ คิดว่ายังไม่เป็นอะไรหรอกเด็ดขาด

จามแล้ว ปัสสาวะเล็ด

10 เทคนิคช่วยยั้งปัสสาวะเล็ดเวลาจาม

จะเห็นได้ว่า ปัจจัยที่ Pynpy’ บอกมาทั้งหมด ล้วนเกิดจากความอ่อนแอของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ที่ไม่สามารถรองรับแรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะการจามเนี่ย แรงดันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเลยล่ะค่ะ ซึ่ง Pynpy’ ไม่ได้หมายความว่าเพื่อน ๆ ต้องหลีกเลี่ยงการจามเท่านั้นนะค้า แต่เพื่อน ๆ ควรโฟกัสไปที่การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นปัสสาวะเล็ดด้วยค่า

1. ขมิบรับแรงดัน ช่วยปิดกั้นปัสสาวะเล็ดทันท่วงที

ขมิบทันทีที่จะจาม แล้วค่อยคลายออกหลังจากจามเสร็จ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเตรียมพร้อมรับแรงดันและปิดกั้นท่อปัสสาวะได้ทันเวลานะค้า

2. ปรับท่ายืนตอนจาม ช่วยเสริมสร้างการควบคุมปัสสาวะ

ไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่งหรือยืน ให้เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อช่วยลดแรงดันสู่กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะนั่นเองค่า

3. นั่งลงขณะจาม ช่วยพยุงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ถ้าเป็นไปได้ ควรนั่งลงและไขว้ขาขณะจาม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากแรงโน้มถ่วง และเพิ่มแรงกดจากภายนอก ท่านี้จะช่วยพยุงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานค่ะ

4. บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ให้บ่อยให้นานมากที่สุด

ควรฝึกทำ Kegel หรือ ขมิบ ให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ เพราะท่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานในระยะยาวเลยน้า

kegel exercise position

5. ลดโอกาสจาม ลดโอกาสการปัสสาวะเล็ด

หาสาเหตุที่จะทำให้จาม เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ พริกไทย ขนสัตว์ เป็นต้นค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น และลดความถี่ในการจามลงได้ค่ะ

6. เลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เจ้าพ่อแห่งการระคายเคือง

เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และก่อความระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการปัสสาวะเล็ดนั่นเองค่ะ

7. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ที่แปลว่าเอาที่พอเพียง

การดื่มน้ำน้อยไป กระเพาะปัสสาวะก็ระคายเคือง การดื่มน้ำมากไป กระเพาะปัสสาวะก็เต็มเร็วขึ้น ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยแบ่งดื่มให้พอดีตลอดทั้งวันนะคะ

8. เรื่องน้ำหนัก ก็สำคัญไม่แพ้น้ำใด ๆ

น้ำหนักตัวที่มากเกินไป โดยเฉพาะไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้อง จะยิ่งเพิ่มแรงดันต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างต่อเนื่องค่ะ ควรคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกันน้าค้า

9. ฝึกหายใจให้ถูกต้อง ระบบร่างกายจะได้ทำงานคล่องกว่าเดิม

การหายใจที่ถูกต้อง คือ หายใจด้วยกล้ามเนื้อกะบังลม เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและอุ้งเชิงกรานทำงานประสานกันได้ดีขึ้น แถมยังช่วยผ่อนคลายความเครียดอีกด้วยค่า

10. ใช้กางเกงซึมซับปัสสาวะ Pynpy’ ใส่แล้วมีแต่ความสบาย

ใครยังไม่รู้จักกางเกงซึมซับปัสสาวะ Pynpy’ ล่ะก็ ขอแนะนำให้รู้จักกันตอนนี้เลยจ้า น้องเป็นกางเกงใน นวัตกรรมแบรนด์แรกในไทย ที่ช่วยรองรับและซึมซับของเหลวได้โดยตรง ปัญหาปัสสาวะเล็ด เดี๋ยวจาม เดี๋ยวปิ๊ด เหมาะมาก ๆ ค่ะ คุณสมบัติปังขนาดไหน อ่านต่อได้เลยจ้า!

กางเกงในอนามัย Pynpy’ รักโลก

กางเกงซึมซับปัสสาวะ Pynpy’ มีกันและกันได้ ในวันที่ฝนตกและไม่ตก

กางเกงซึมซับปัสสาวะ Pynpy’ สามารถรองรับของเหลวได้มากถึง 30-100 ml เชียวน้า ซึมซับดี ไม่มีกลิ่นอับ ใส่สบาย ไร้ความระคายเคือง เพราะเราใช้นวัตกรรม Wicking Wechnique นวัตกรรม Anti-bacteria และนวัตกรรม Odor-control บอกเลยว่า ว้าวมาก!!

ทำความสะอาดก็ง๊ายง่ายยยย เพื่อน ๆ ก็แค่เอาไปล้างเอาคราบฉี่ออกก่อนเอาไปซักนะค้า จะเลือกซักเครื่องหรือซักมือก็ตามถนัดเลยจ้า ซักเสร็จแล้วก็เอาไปตากให้แห้ง แค่นี้ก็เอากลับมาใช้ใหม่ได้เลย! เรามีให้เลือก 2 รุ่น มีทั้งสำหรับสรีระเพศชายและหญิงเลยน้า

signature for men
pynpy' easy model

วิธีการสั่งซื้อกางเกงซึมซับปัสสาวะ Pynpy’ ง่ายมากค่ะ เพียงกดหน้าเว็บไซต์ของเราอันนี้ได้เลยน้า เข้าไปดูตารางไซซ์ แล้วก็วัดรอบสะโพกของตัวเอง แล้วก็จิ้มเลยว่าเอากี่ตัว ใครอยากสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักเข้ามาได้เลยจ้า แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะค้า สวัสดีค่า <3