fbpx

“วันนี้กินไรดี?” คำถามที่คนปัสสาวะเล็ดควรรู้คำตอบ

คำถามโลกแตก “วันนี้กินไรดี?” แต่เดี๋ยวก่อนค่า!! หากเพื่อน ๆ มีอาการปัสสาวะเล็ดล่ะก็… ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ Pynpy’ อยากให้เพื่อน ๆ รู้ก่อนว่า “กินอะไรดี” และ “ไม่กินอะไรดี” เพื่อให้รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ให้ห่างจากอาการปัสสาวะเล็ดมากยิ่งขึ้นไปอีกน้าค้า มาเริ่มกันที่ “ไม่กินอะไรดี” กันก่อนจ้า

อาการปัสสาวะเล็ดคืออะไร? เกิดขึ้นได้ไงน้า? | Pynpy'
อาการปัสสาวะเล็ดคืออะไร? เกิดขึ้นได้ไงน้า? | Pynpy'

ของกิน 11 อย่างที่จะจี้จุดให้ปัสสาวะเล็ด

คนที่มีอาการปัสสาวะเล็ดควรหลีกเลี่ยงของกิน 11 อย่างนี้นะคะ จะมีอะไรบ้างน้า จะมีที่เพื่อน ๆ ชอบกินหรือเปล่า? ไปส่องกันเลย!

1. อาหารที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โกโก้และช็อกโกแลต เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ จนทำให้ปัสสาวะบ่อยไปจนถึงปัสสาวะเล็ดเลยล่ะค่ะ
2. อาหารที่มีความหวาน ไม่ว่าจะหวานจากน้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำเชื่อมหรือฟรักโทสที่อยู่ในผลไม้ ก็สามารถสร้างความระคายเคืองให้กับกระเพาะปัสสาวะไปจนถึงปัสสาวะเล็ดได้ด้วยค่ะ
3. อาหารที่มีนม เช่น ชีส เนย ครีม เพราะแลคโตสในนมเป็นสาเหตุของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จึงทำให้ปัสสาวะเล็ดนั่นเองค่ะ

4. อาหารที่มีรสเทียมและสารกันบูด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป อาหารเหล่านี้ยังมีส่วนผสมทั้งจากผงชูรส สารแต่งกลิ่นและสีอีกด้วยค่ะ ซึ่งล้วนไปกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะไปจนถึงปัสสาวะเล็ดได้เหมือนกันค่ะ
5. อาหารที่มีรสเผ็ดหรือรสจัด สามารถทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะได้ค่ะ และยิ่งโดยเฉพาะคนที่ไวต่อเครื่องเทศ จะยิ่งทำให้มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จนปัสสาวะเล็ดได้เหมือนกันน้าค้า
6. ทั้งผลไม้และอาหารที่มาจากผลไม้ที่มีกรดซิตริกสูง หรือที่ทุกคนรู้จักว่าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและวิตามินซีสูง เช่น ส้ม  ส้มโอ มะนาว สับปะรด แครนเบอร์รี มะเขือเทศ เพราะกรดซิตริกมีผลต่อการควบคุมปัสสาวะไปจนถึงปัสสาวะเล็ดได้เช่นกันค่ะ

กระเพาะปัสสาวะบีบตัว
Pynpy’ Tips

บางคนอาจเคยได้ยินว่า แครนเบอร์รีและมะเขือเทศช่วยบำรุงกระเพาะปัสสาวะและชะลออายุของร่างกาย แต่สำหรับคนที่มีอาการปัสสาวะเล็ดอยู่แล้วโดยเฉพาะคนที่มีอายุ มันจะไปทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัว จนกระทบต่ออาการปัสสาวะเล็ดนั่นเองค่ะ

7. หัวหอมดิบ นอกจากมีกลิ่นแรงแล้ว ยังไปกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย ทำให้เพิ่มโอกาสการปัสสาวะเล็ดได้น้าค้า
8. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ทำหน้าที่ขับปัสสาวะค่ะ นอกจากจะเพิ่มให้ปัสสาวะบ่อยแล้ว ยังจะลดความสามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย จนส่งผลให้มีอาการปัสสาวะเล็ดได้ค่ะ
9. เครื่องดื่มอัดลม อาจมีทั้งคาเฟอีน สารแต่งสีและกลิ่น จึงสามารถทำให้ระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะและทำให้อาการปัสสาวะเล็ดย่ำแย่ลงอีกด้วยค่ะ
10. เครื่องดื่มชูกำลัง บางคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงหรือลดคาเฟอีนเลยหันมาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแทน เพราะมีคาเฟอีนน้อยกว่า แต่รู้ไหมว่า! เครื่องดื่มชูกำลังมีน้ำตาลสูง และยังมีส่วนผสมอื่น ๆ อีกที่ทำให้เพิ่มอาการปัสสาวะเล็ดเหมือนกันนะคะ
11. ยาบางประเภท เช่น ยาสำหรับโรคหัวใจ ความดัน คลายกล้ามเนื้อ เพราะร่างกายต้องการขับน้ำส่วนเกินออกไป จึงทำให้กลั้นปัสสาวะลำบากจนปัสสาวะเล็ดได้ค่ะ แต่!! เพื่อน ๆ ห้ามหยุดยาด้วยตัวเองนะคะ ควรปรึกษากับคุณหมอก่อนค่า

ยาเม็ด

โอ้โห!! เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนกินอะไรไม่ค่อยได้เลยใช่ไหมคะ แต่เดี๋ยวก่อน!! Pynpy’ ยังมีเทคนิคดี ๆ มาฝาก รวมถึงแนะนำอาหารที่เพื่อน ๆ จะหม่ำให้หนำใจมาให้ด้วยน้าค้า ไปดูกันเลยค่ะ

เทคนิคการกินในแบบฉบับของคนปัสสาวะเล็ด

เพราะร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน อาหารบางอย่างจึงกระตุ้นให้มีอาการปัสสาวะเล็ดในแต่ละคนมากน้อยไม่เท่ากันค่ะ Pynpy’ เลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาควบคุมอาหารโดยการจดบันทึก “ไดอารี่อาหาร” กันค่ะ เช่น อะไรที่กินแล้วระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะบ้าง กินไปปริมาณเท่าไหร่ถึงจะไปกระทบอาการปัสสาวะเล็ด

วิธี “ไดอารี่อาหาร” นี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปัสสาวะเล็ดแล้ว ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วยการกินอาหารที่ร่างกายต้องการและรับได้อีกด้วย บางที… เพื่อน ๆ อาจเปลี่ยนจากความกังวลกับปัสสาวะเล็ด เป็นความสนุกกับการค้นหาปริศนาของร่ายกายแทนได้น้าค้า 😊

นักโภชนาการ

นักโภชนาการที่มีชื่อว่า Ashley Pettit ก็ออกมาแนะนำอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและอาหารที่สามารถทดแทนได้ด้วยนะคะ ได้แก่

คาเฟอีน – ทดแทนด้วยเมนูที่เป็น Decaf เช่น กาแฟ Decaf ชาเขียว Decaf และ White Chocolate เป็นต้น
อาหารรสจัด – ทดแทนด้วยเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศที่ไม่เผ็ด เช่น กระเทียม หัวหอม หอมแดง ผงกะหรี่ เป็นต้น
ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว – ทดแทนด้วยอาหารอัลคาไลน์ (Alkaline Diet) หรืออาหารด่าง เพื่อช่วยปรับสมดุลค่าความเป็นกรดและด่างภายในร่างกาย เช่น ผักใบเขียว

แล้ววันนี้เพื่อน ๆ จะ “กินอะไรดี” บ้างนะ ไปดูกันเลย!

ของกิน 4 กลุ่มที่ปัสสาวะเล็ดแบบนี้ควรทาน

  1. กระเช้าผลไม้ : กล้วย แอปเปิ้ล องุ่น มะพร้าว แตงโม สตรอว์เบอร์รี แบล็กเบอร์รี
  2. ชุดผักสุขภาพ :  หน่อไม้ฝรั่ง บรอกโคลี แตงกวา ผักคะน้า แคร์รอต ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม พริกไทย
  3. แหล่งไฟเบอร์ :  ถั่ว อาร์ติโชค บาร์เลย์ รำข้าว ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ 
  4. ฐานทัพโปรตีน : ปลา ไก่ เต้าหู้ ไข่
Pynpy’ Tips

การดื่มน้ำมาก ๆ ในทีเดียวจะกระตุ้นปัสสาวะเล็ดนะคะ เพื่อน ๆ สามารถใช้วิธีดื่มน้ำทีละน้อย ๆ แต่สม่ำเสมอตลอดทั้งวันได้ค่ะ วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานหนัก นอกจากนี้ ถ้าเพื่อน ๆ สามารถงดดื่มน้ำก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงปวดฉี่เวลานอนด้วย ก็จะเยี่ยมเลยค่า
น้ำ

หากเพื่อน ๆ เป็นสายกิน และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงดันเป็นของโปรด จะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้อาการปัสสาวะเล็ดแย่ลง? Pynpy’ ขอแนะนำวิธีเตรียมความพร้อม 2 อย่างนี้เลยค่ะ

เตรียม “ร่างกาย” ให้พร้อม เพื่อรับมือกับอาการปัสสาวะเล็ด

เมื่อเพื่อน ๆ รักการกิน แต่ต้องพบกับอาการปัสสาวะเล็ดล่ะก็ เพื่อน ๆ ควรเตรียมร่างกายให้แน่ใจว่าได้เติมวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว เพราะอาการปัสสาวะเล็ดอาจทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินและแร่ธาตุได้ค่ะ เพื่อน ๆ ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถเสริมวิตามินและแร่ธาตุโดยการกินพวกผักใบเขียว ผลไม้ที่ไม่เปรี้ยว โปรตีนไม่ติดมัน ไขมันดี และเมล็ดธัญพืช เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกายเวลาที่อยากจะหม่ำ ๆ ตามใจปากนั่นเองค่ะ

pynpy' underwear

เตรียม “ไอเทม” ให้พร้อม เพื่อรับมือกับอาการปัสสาวะเล็ด

ไอเทมคู่ใจที่จะคอยช่วยเพื่อน ๆ ให้รับมือกับปัสสาวะเล็ดได้อย่างไม่กังวลก็คือ ไอเทมดูดซับปัสสาวะเล็ด นั่นเองค่ะ ไม่ต้องมองหาไปไกล นี่เลยค่ะ กางเกงในอนามัย Pynpy’ ดูดซับดี เพราะเรามีนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่รวมกับ Anti-bacteria โดยรับประกันด้วยมาตรฐานสากล OEKO-TEX ไม่ระคายเคืองแน่นอนค่ะ

กางเกงในอนามัย Pynpy’ มีครบทุกไซซ์ และใส่ได้ทุกวัย! เนื้อผ้าใส่สบาย ไม่อับชื้น แห้งสะอาดนานถึง 8-12 ชั่วโมงทำความสะอาดก็ง่ายค่ะ แค่ล้างผ่านน้ำแล้วบิดให้หมาด แล้วค่อยนำไปซักมือหรือซักเครื่องกับน้ำยาซักผ้าทั่วไปได้เลย หลังจากตากให้แห้งสนิทแล้ว ก็ใส่อีกครั้งได้เลยค่ะ

Pynpy'

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ปัสสาวะเล็ดไม่ค่อยบ่อย แนะนำกางเกงในอนามัย Pynpy’ แบบ Daily เลยค่ะ เพราะเป็นกางเกงในที่มีความสามารถในการดูดซับเทียบเท่ากับใส่ผ้าอนามัย 1 แผ่นเลยล่ะค่ะ ถ้าวันที่เมนส์มาน้อยหรือมากะปริดกะปรอย กางเกงในอนามัย Pynpy’ ยังเอาอยู่ ปัสสาวะเล็ดก็ไม่มีทางหลุดออกมาให้เลอะเทอะเหนอะหนะแน่นอนค่ะ แถมยังใส่สบายเหมือนใส่กางเกงในทั่วไปได้ทุกวัน

และสำหรับคนที่ปัสสาวะเล็ดบ่อยหน่อย แนะนำ 2 รุ่นที่รู้ใจสุด ๆ ไปเลยค่ะ กางเกงในอนามัย Pynpy’ รุ่น Classic Cut และรุ่น Seamless High Waist ดูดซับแบบจัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่าออกไปข้างนอกทั้งวันก็ไร้กังวล ไม่เชื่อ? ไปดูรีวิวได้เลยค่ะ

จะกดสั่งซื้อ จะกดดูรีวิวผู้ใช้จริง หรือ จะเข้ามาทักทาย Pynpy’ กันได้ทาง Social Media ได้เลยน้าค้า ทั้ง FacebookTwitterInstagramYouTube และ Line ตอนนี้ต้องขอตัวก่อนน้าค้า สวัสดีค่า <3

pynpy' underwear