fbpx

ขนน้องสาว ความฉาวที่ต้องกำจัด…จริงเหรอ?

เมื่อเราเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น หรือวัยเจริญพันธ์ุ ทันใดนั้นก็มี “ขนปุกปุย” ขึ้นมาที่น้องจิ๊มิ!

เอาแล้วสิ กำจัดทิ้งดีไหม เก็บเอาไว้แล้วจะ “สกปรก” หรือ “ไม่สวย” หรือเปล่า?

อะแฮ่ม! หยุดความคิดนั้นเอาไว้ก่อนเลยค่ะที่รักทุกคน เพราะ “ขนน้องสาว” ถือเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ความจริงแล้วไม่ได้ไร้ค่า หรือน่ารังเกียจเลยสักนิดเดียว 

ดังนั้นก่อนจะตอบคำถามที่ว่า

กำจัดขนน้องสาวดีไหม?

Pynpy’ แนะนำให้ทำความรู้จักกับ “ขนหมออ้อย” พุ่มน้อยๆ นี้ให้ดีก่อน ลองค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับน้องขน และคำนึงถึงความจำเป็นอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ที่มาที่ไป สาเหตุว่าทำไมเราต้องมีขนจิ๊มิ หากกำจัดขนไปให้หมดโล่งสบาย “น้องกี” จะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นหรือเปล่า และข้อควรรู้อื่นๆ 

ซึ่งในวันนี้เพื่อนๆ ชาว Pynpy’ ก็ไม่ต้องไปหาข้อมูลที่ไหนไกล เพราะ พวกเรารวบรวมมาให้ทุกประเด็นแล้วค่ะ! พร้อมทั้งมีวิธีดูแลขนจิ๊มิ และจุดซ่อนเร้น แถมมาให้แบบเน้นๆ ด้วยนะ

อ่านจบแล้วเพื่อนๆ ต้องมีคำตอบในใจแน่นอนว่า ควรจะอยู่ร่วมกับ “ขนในที่ลับ” ยังไง หรือหากใครที่เลือกไปสาย “กำจัดขนจนเนียนนี” ก็จะได้รู้วิธีดูแลน้องจิ๋มไปในตัว

ถ้าพร้อมแล้ว ก็อย่ามัวรีรอ! ไปเริ่มกันเลย!

ขนน้องสาว คืออะไร มีประโยชน์ยังไงบ้าง?

ขนน้องสาว หรือ ขนหัวหน่าว (Pubic hair) เป็นขนที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ที่ชื่อว่า “น้องจิ๋ม” ของเรา เมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์นั่นเอง

เจ้า “ขนเพชร” มักจะมีลักษณะเป็นขนที่หยิกเล็กน้อย เส้นหนา ยาวประมาณ 0.5-1.5 นิ้ว หรือยาวจนสามารถปกปิดกลีบนอกของจิ๊มิ (แคมใหญ่) ทั้งหมดได้ 

โดยทั่วไปแล้ว ขนน้องสาวของแต่ละคน จะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะทางพันธุกรรมที่มีมาไว้แต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นความต่างในด้านความหนา ความยาว สี หรือลักษณะเส้นขน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะขนแบบไหนก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ และสวยงามทั้งนั้นแหละ!

และที่สำคัญที่สุด คือ เจ้าขนน้องสาวไม่ได้มาเล่นๆ นะจ๊ะ เพราะพ่วงความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งมาด้วย ดังต่อไปนี้

หน้าที่ของขนน้องสาว

  • ดูแลน้องจิ๋มไม่ให้บอบช้ำ หรือระคายเคือง โดยจะเป็นปราการกั้น เพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างน้องจิ๊มิ กับสิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนสวมใส่เสื้อผ้า-กางเกงชั้นใน หรือตอนที่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ปั่นจักรยาน ขี่ม้า หรือแม้แต่ตอนมีเพศสัมพันธ์

  • แปลงร่างเป็นผ้าห่มหนานุ่มให้จิ๊มิ เพื่อรักษาอุณหภูมิของจุดซ่อนเร้นให้อุ่น และสมดุลอยู่เสมอ

  • เป็นกำแพงทรงพลังป้องกันเชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกแปลกปลอมเข้าสู่ช่องน้องสาว ช่วยลดโอกาสการอักเสบ และติดเชื้อได้ เช่น การติดเชื้อราบริเวณช่องคลอด การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTIs) และภาวะช่องคลอดอักเสบ

  • ช่วยลดความไวต่อความรู้สึก ไม่ให้เราถลำลึกเวลาเจอสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจ! เช่น เวลานั่ง นอนกอดหมอนข้าง หรือทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน

  • ช่วยส่ง “ฟีโรโมน” ให้ฟุ้งกระจาย เฉิดฉายด้วยแรงดึงดูดทางเพศ เนื่องจากฟีโรโมน เป็นสารชนิดหนึ่งที่เกาะอยู่ตามไขมันตรงผิวหนัง และรูขุมขน ดังนั้น บริเวณน้องจิ๋ม ที่มีขนหัวหน่าวมากมายหลายเส้นนี้ จึงเป็นจุดที่มีโอกาสส่งสารฟีโรโมนออกมาได้มากเช่นกัน พลันให้เกิด “แรงดึงดูดทางเพศ” เฉพาะตัว!
  • ขนในที่ลับไม่ได้ทำให้จิ๊มิสกปรกกว่าเดิม เพิ่มเติมคือช่วยกักเก็บกลิ่น เพราะ น้องขนเชี่ยวชาญด้านการดักจับเหงื่อ แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกอื่นๆ เอาไว้ได้ดีสุดๆ กลิ่นที่ควรอยู่ในกางเกงชั้นใน ก็จะไม่เล็ดลอดออกมามากเกินไปจนน่ากังวล
Pynpy’ Tip

ในทางทฤษฎีแล้ว “ขนห-ม-อ-ย” อาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บางประเภทได้ เพราะน้องช่วยให้การสัมผัสระหว่างอวัยวะเพศนั้นลดลง อัตราการติดต่อของโรคก็อาจลดลงตามไปด้วย เช่น โรคเริมที่อวัยวะเพศ (Herpes) หรือการติดต่อของ “โลน/เหาที่ขนอวัยวะเพศ (Pubic lice)” เป็นต้น แต่ยังไงหลักการนี้ก็ยังต้องการงานศึกษาวิจัยมารองรับเพิ่มเติมอยู่นะคะ!

ว้าว! รู้จักลักษณะ และหน้าที่ของขนน้องสาวกันไปแล้ว ก็พูดได้อย่างเต็มปากเลยนะคะ ว่าน้องมีประโยชน์สุดใจ! ควรค่าแก่การเก็บไว้เพื่อคงสมดุลทางธรรมชาติของอวัยวะเพศ

แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมเราถึงเห็นโฆษณาเชิญชวน “กำจัดขนน้องสาว” อยู่เยอะแยะเต็มไปหมด รวมทั้งมีสื่อที่นำเสนอการกำจัดขนน้อง ด้วยวิธีต่างๆ อีกมากมาย นั่นไม่ได้หมายความว่า “เราจำเป็นต้องกำจัดเพื่อความสะอาด และความสวยงามเหรอคะ?”

Oh no! 🙅 ไม่ใช่เลยค่ะ อย่างที่ได้รู้จักการมีขนน้องจิ๋ม เอาไว้น่ารักจิ้มลิ้มตรงหว่างขากันแล้ว ก็จะสามารถตอบได้ทันทีเลยว่า ขนน้องสาว ≠ ความสกปรก แถมน้องยังพกประโยชน์ในการดูแลจิ๊มิมาอย่างแน่นขนัดอีกด้วย

แต่ถ้าหาก พูดถึงแง่ของ “ความสวยงาม” ที่เป็นความพึงพอใจของแต่ละคน รวมถึงเหตุผล และความต้องการส่วนตัว บางครั้งการกำจัดขนน้องสาว ก็เป็นสิ่งที่ชาวมีจิ๊มินิยมกัน เพื่อดูแลน้องสาวใต้สะดือนั้นให้เป็นอย่างที่ต้องการ ทั้งด้านรูปลักษณ์ หน้าตา รวมไปถึงความสะดวกในการใช้ชีวิตกับน้องขนด้วยนั่นเอง

ซึ่งแน่นอนว่า การจะดูแลน้องสาวของตัวเองยังไง จะกำจัดขนหรือไม่นั้น เป็นสิทธิ์ของทุกคนเลยค่ะ your body, your choice! 

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจ Pynpy’ อยากพาทุกคนไปเรียนรู้วิธีการกำจัดขน และข้อควรระวังกันก่อน จะได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และเลือกทางที่ตอบโจทย์กับตัวเองจริงๆ นะคะ 💜

Pynpy’ Tip

ขนน้องสาว ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีสีเดียวกับ “เส้นผม” เสมอไป! แต่มักจะมีสีที่ใกล้เคียงกับ “คิ้ว” ของเรามากที่สุด และอาจมีลักษณะเปลี่ยนแปลงได้ ตามอายุที่มากขึ้น ฮอร์โมนที่ผันเปลี่ยน และปัจจัยอื่นๆ โดยอาจจะมีขนบางลง หรือสีอ่อนลง เป็นต้น

วิธีกำจัดขนน้องสาว มีอะไรบ้าง พร้อมข้อควรระวังหากเลือกบอกลาน้องขน

วิธีกำจัดขนน้อง “กี” สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ส่วนวิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน มีดังนี้ 

  • การตัด และโกน: โดยใช้มีดโกน กรรไกร หรือจะใช้ “หวีหมออ้อย” ที่เป็นหวีซอยเพื่อจุดซ่อนเร้นโดยเฉพาะ! เป็นวิธีที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อาจใช้โลชัน หรือครีมสำหรับโกนขนเพื่อความสะดวกขึ้นได้ด้วย วิธีนี้จะเป็นการตัดแต่ง หรือทำให้ขนสั้นลงเท่านั้น ไม่ได้ลงลึกถึงขั้นถอนโคน ดังนั้นขนจึงขึ้นกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว

  • การถอนขน: สามารถใช้แหนบ หรืออุปกรณ์ถอนขนอื่นๆ ในการดึงน้องขนออกมา แบบถึงรากถึงโคน ขนจะขึ้นกลับมาช้ากว่าการตัด/โกน แต่จะเหมาะกับขนจำนวนน้อยๆ เพราะยิ่งถอนเยอะ รูขุมขนยิ่งถูกรบกวน เสี่ยงต่อการระคายเคือง

  • การแว็กซ์: ใช้ครีมแบบพิเศษ แปะ แล้วดึง! เอาขนออกแบบจึ้งๆ ถึงโคนเช่นกัน วิธีนี้เหมาะกับพื้นผิวบริเวณกว้าง และแนะนำให้ทำกับผู้เชี่ยวชาญ ตามสถานประกอบการที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะไม่งั้นอาจเกิดความผิดพลาด บาดเจ็บ เลือดไหลตามรูขุมขน จะอันตรายพอสมควรเลยล่ะค่ะ

  • กำจัดโดยใช้ครีมกำจัดขน: ทาครีมสำหรับกำจัดขนจิ๊มิโดยเฉพาะ เพื่อให้ขนนุ่ม-สลาย เสร็จแล้วค่อยๆ ปาดออก วิธีนี้จะเจ็บปวดน้อยหน่อย แต่ต้องระวังเรื่องการแพ้สารเคมีที่อยู่ในตัวครีมให้ดี!

  • กำจัดโดยใช้เลเซอร์:เป็นวิธีที่ต้องได้รับการดูแลผ่านผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือเฉพาะเท่านั้น! โดยปกติแล้ววิธีนี้จะค่อยๆ สลายเซลล์ขนไปอย่างช้าๆ มีประสิทธิภาพในระยะยาว แต่ต้องอาศัยการกลับมาเลเซอร์ซ้ำหลายครั้ง เพื่อหยุดยั้งการเกิดใหม่ของขน และผลลัพธ์ที่ชัดเจน

จะเห็นว่า การกำจัดขนแต่ละวิธี ล้วนมีหลักปฏิบัติ เครื่องมือ และประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละวิธีนั้นยังไม่มีการรับรองถึงประสิทธิภาพการกำจัดขนแบบถาวร ยังไงเพื่อนๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงมือทำด้วยนะคะ

ทีนี้ก็มาดูกันต่อดีกว่าว่า ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง ถ้าหากเราเลือกข้าง “ทีมไร้ขน” พร้อมวิ่งชนกับการกำจัดขนน้องทุกรูปแบบ! 

ความเสี่ยง และข้อควรระวังจากการกำจัดขนน้องสาว

อย่างที่รู้กันว่า ขนจิ๊มิเป็นสิ่งสำคัญ ที่คอยป้องกันน้องสาวของเราจากอันตราย ดังนั้นการกำจัดขนน้องออกจนหมดเกลี้ยง จึงอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และระคายเคือง เช่น การโดนมีดโกนบาด รอยช้ำ-รอยแดงจากการแว็กซ์

  • มักทำให้เกิดอาการคัน จากขนที่กำลังจะกลับมาขึ้นใหม่
  • สิ่งแปลกปลอม แบคทีเรีย หรือสิ่งสกปรกขนาดเล็ก มีโอกาสเข้าสู่ช่องน้องสาวได้ง่ายขึ้น อาจร้ายแรงไปจนถึงการติดเชื้อ

  • ปัญหาการอุดตันรูขุมขน หรือขนคุด จากการโกน ถอน และแว็กซ์ ซึ่งนำไปสู่อาการอักเสบที่ผิวหนังได้
  • ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือปฏิกิริยาต่อต้านในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ผื่นลมพิษ หรืออาการบวม จากสารเคมีที่อยู่ในครีมขจัดขน หรือแม้กระทั่งเลเซอร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อรูขุมขนนั่นเอง 

  • อาการผิดปกติ หรือไม่สบายตัวอื่นๆ เช่น เจ็บแสบ รอยไหม้ สัมผัสที่เปลี่ยนไปเวลาขยับตัว ฯลฯ 

ดังนั้น หากใครเลือกที่จะอยู่ทีม ”กำจัดขน” ก็ขอฝากไว้อีกครั้งว่า ให้ระมัดระวังในการเลือกวิธี พิถีพิถันกับอุปกรณ์ และความสะอาด รวมถึงคิดให้รอบคอบถึงความจำเป็นเสมอ ก่อนที่จะตัดสินใจเอาขนน้องออกจนหมดนะคะ พวกเราเป็นห่วง 

วิธีดูแลจุดซ่อนเร้นอย่างถูกวิธี ทีมมีขน หรือไม่มีก็ควรทำตาม!

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกกำจัดขนจิ๊มิ หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือ การให้ความรัก และดูแลสุขภาพน้องจิ๋มนั่นเองค่ะ! ไปดูกันเลยดีกว่าว่า เราจะดูแลน้องได้ยังไงบ้าง 

  • รักษาความสะอาด แต่ไม่ต้องสวนล้างช่องคลอด เพราะ ช่องน้องสาวของเราจะมีตกขาว และแบคทีเรียดีต่างๆ คอยรักษาสมดุล และความสะอาดให้อยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อนๆ แค่ล้างภายนอกด้วยน้ำเปล่า แล้วซับให้แห้งก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ อย่าไปสวนล้างภายในให้น้องจิ๊มิระคายเคืองนะตัวเธอ

  • เลือกเสื้อผ้า และชุดชั้นใน ที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป ระบายอากาศได้สบายๆ เพื่อที่น้องสาวจะได้ “หายใจออก” ไม่เกิดความอับชื้น หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์

  • ช่วงวันนั้นของเดือน อย่าลืมรักษาสุขอนามัยแบบจัดเต็ม! โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ประจำเดือนที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือติดเชื้อ เตรียมเผื่อไว้เปลี่ยนระหว่างวันบ่อยๆ ให้เหมาะกับปริมาณประจำเดือนของตัวเอง หรือทุกๆ 2-4 ชั่วโมง จะได้ไม่หมักหมม หรือเกิดปัญหาซึมเปื้อนนะคะ
  • สังเกตความเปลี่ยนแปลงของน้องเสมอ หากเจอความผิดปกติ เช่น ช่องคลอดมีกลิ่น คันน้องสาว ตกขาวเปลี่ยนสี มีอาการเจ็บปวดอื่นๆ หรือระคายเคือง เพื่อนๆ ต้องรีบไปหาคุณหมอทันที! จะได้ตรวจ และรักษาให้น้องกลับมามีสุขภาพดีดังเดิม
Pynpy’ Tip

สำหรับเพื่อนๆ ทีมเนียนใสไร้ขน พวกเราแนะนำให้ใส่ใจการเลือกกางเกงชั้นใน และความสะอาดให้มากขึ้น เนื่องจากน้องจิ๊มิต้องสัมผัสกับสิ่งรอบข้างโดยตรงแบบไม่มีขนมากั้น โอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองนั้นก็จะมากขึ้นได้ค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ การดูแลน้องสาวคนนี้ไม่อยากเลยใช่ไหม! แต่ถ้าใครอยากให้ชีวิตสบ๊ายสบายกว่านั้นอีก Pynpy’ ก็มีอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ มาแบ่งปันค่ะ!

กางเกงในอนามัย Pynpy’ ตัวช่วยดีๆ เพื่อน้องสาวที่สุขภาพดีในช่วงวันนั้นของเดือน

กางเกงในอนามัย Pynpy’ นวัตกรรมใหม่ดีๆ ที่ใช้แทนผ้าอนามัยได้เลย ด้วยส่วนซึมซับประจำเดือนที่สามารถรองรับของเหลวได้รวดเร็ว ไม่ไหลย้อนกลับ ไม่ต้องกังวลกับการซึมเปื้อน ให้เพื่อนๆ ใส่ได้ยาวนาน 8-12 ชั่วโมง โดยยังคงความแห้งสบาย ผ่านเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไร้ความอับชื้น 

การันตีด้วยมาตรฐาน OEKO-TEX มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย ไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แม้ว่าน้องสาวของเพื่อนๆ จะเซนซิทีฟแค่ไหน พก Pynpy’ ไว้ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว

นอกจากนั้น ยังสวมใส่ และซักทำความสะอาดได้ง่าย เหมือนกับกางเกงในธรรมดา ไม่ต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิต ให้ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่ ทุกสถานการณ์

Pynpy’ พร้อมแล้วที่จะมาช่วยกอบกู้วันแดงเดือดของทุกคน ให้กลายเป็นช่วงที่สุขสมสบายใจ แถมน้องจิ๋มก็จะคงความสดใส สุขภาพดีเอาไว้ได้ เหมาะกับทั้งคนที่มีขนตามธรรมชาติ และคนที่ไร้ขนโล่งเตียนเลยล่ะค่ะ 

ถ้าสนใจเพื่อนๆ สามารถดูรายละเอียดสินค้า รีวิวจากผู้ใช้จริง และสั่งซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเราเลยค่ะ หวังว่า Pynpy’ จะได้มีโอกาสดูแลทุกคนนะคะ รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆ

Aom
Product Designer
สบายมากค่ะ รู้สึกชอบที่ไม่อับชื้นเหมือนผ้าอนามัยจริงๆ ไม่ตุงด้วย เหมือนที่สโลแกนบอกว่า ลืมไปเลยว่า กำลังอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน เลิฟมาก
Gift
พนักงานบริษัท
น้องเอาอยู่ ไม่ซึมเปื้อนเลยค่า แล้วใส่สบายมาก จะกระโดด ฉีกแข้งฉีกขา หรือตีลังกาสิบตลบก็เอาอยู่ สบายตัว สบายใจสุดๆ ประทับใจเวอร์
Review
UX Designer
Pynpy' เซฟมายไลฟ์มากกก มันกระชับมาก นอนก็ไม่เลอะ โยคะก็ดี ไม่บาดขา ไม่แพ้ ไม่คัน ซักออกง่าย แห้งง่าย ใช้ซ้ำได้ยาวๆ

ส่วนวันนี้ต้องขอลาไปก่อนแล้ว อย่าลืมใส่ใจ ให้ความรักน้องจิ๋มของตัวเองกันให้มากๆ น้องจะได้สุขภาพดี พร้อมให้ความสุขกับทุกคนไปอีกนานๆ เลยนะคะ 

แล้วก็อย่าลืมติดตาม social media ของ Pynpy’ ตามด้านล่างนี้ด้วยน้า จะได้มาเจอกับพวกเรา และสาระดีๆ แบบนี้อีก

Facebook: Pynpy

Instagram: pynpywear

YouTube: pynpy

Line: @pynpy

Twitter: @pynpywear

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ บ๊ายบาย!