fbpx

ทีมคุณแม่ขอถาม ทำไมหลังคลอด เมนส์ยังไม่มาสักที!

ฮาโหล๋วว เป็นยังไงกันบ้างคะทีมคุณแม่หลังคลอด เพิ่งต้อนรับเจ้าตัวน้อยสู่ครอบครัว นอกจากความน่ารักน่าชังแล้ว แม่ๆ ก็คงเริ่มชินกับการดูแลเบบี๋แรกเกิดขึ้นแล้วเนอะ แต่ว่าก็อาจยังมีกรณีน่ากังวลของคุณแม่บางคนอยู่ค่ะ นั่นคือ เลือดประจำเดือนดันไม่มาหลังคลอดซะงั้น!

แบบนี้ผิดปกติหรือเปล่า? อันตรายไหม? 

วันนี้ ทีม Pynpy’ มีคำตอบมาเสิร์ฟให้ทีมคุณแม่ได้หายสงสัยกันแล้วค่ะ Go go!

ประจำเดือนหลังคลอด เกิดขึ้นได้ยังไง?

ก่อนอื่นเรามารีแคปเรื่องประจำเดือนก่อนสักนิด โดยปกติแล้ว วงจรประจำเดือน จะเริ่มจากการที่ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนเอสโตรเจน และ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน รวมกันจะเกิดกลไกที่สัมพันธ์กับการตกไข่จากรังไข่และการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก กลายเป็น เลือดประจำเดือน ซึ่งในแต่ละรอบเดือนจะมีช่วงเวลาของการเกิดวงจรนี้ ประมาณ 26-30 วัน

แต่ในขณะที่ชาวประจำเดือนตั้งครรภ์ และกลายเป็นคุณแม่อุ้มท้อง ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การตั้งครรภ์สำเร็จ นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนท้องไม่มีประจำเดือน

ถึงอย่างนั้น เมื่อคุณแม่คลอดน้องออกมาเรียบร้อยแล้ว อิทธิพลของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายก็จะยังมีอิทธิพลอยู่สักระยะหนึ่ง ทำให้ประจำเดือนยังไม่มา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับร่างกาย ฮอร์โมน พฤติกรรมต่างการใช้ชีวิต และปัจจัยเฉพาะของแต่ละคนค่า

ปกติหลังคลอดประจำเดือนจะมาตอนไหน?

โดยปกติแล้ว การที่จะกะเวลาว่าคุณแม่หลังคลอด ประจำเดือนจะมาตอนไหน อาจจะต้องแยกออกเป็น 2 ประเภท เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพได้ง่ายค่ะ นั่นคือ

1.คุณแม่ที่ให้น้ำนมลูกสม่ำเสมอ

นี่เป็นความน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งของร่างกายเลยค่ะ เพราะคุณแม่ที่ให้น้ำนมลูกสม่ำเสมอ ร่างกายจะหลั่ง ฮอร์โมนโปรแล็กติน (Prolactin) จากต่อมใต้สมอง มาช่วยในการสร้างน้ำนม และหยุดระบบสืบพันธุ์ ทำให้เกิดกลไกที่ส่งผลให้ไข่ไม่ตก เมื่อไข่ไม่ตก กระบวนการเกิดประจำเดือนก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ยิ่งให้น้ำนมลูกน้อยมาก ฮอร์โมนโปรแล็กตินยิ่งมากขึ้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประจำเดือนจะมาช้ากว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้น้ำนมลูกน้อยบ่อยนัก ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ลูกน้อยเริ่มหย่านม หรือมีระยะห่างในการดื่มมากขึ้น ร่างกายคุณแม่ก็จะใช้เวลาปรับสักระยะหนึ่ง ก่อนกระบวนการเกิดประจำเดือนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมค่า (แต่ก็ไม่สามารถกะระยะเวลาได้เป๊ะๆ น้า)

2.คุณแม่ที่ไม่ได้ให้น้ำนมลูก หรือไม่ได้ให้บ่อย

สำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ให้น้ำนมลูกน้อยบ่อยๆ จากข้อมูลมักพบว่า ประจำเดือนจะกลับมาในช่วง 6-8 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมสถิติการมาของประจำเดือนคุณแม่หลังคลอดบางส่วนไว้ให้ดูค่า

คุณแม่กลุ่มที่ 1 : 60% ที่จะเริ่มมีประจำเดือนในช่วงเดือนที่ 7 หลังคลอด 

คุณแม่กลุ่มที่ 2 : 20% ที่จะเริ่มมีประจำเดือนในช่วงเดือนที่ 2 – 4 หลังคลอด 

คุณแม่กลุ่มที่ 3 : 10% ที่จะเริ่มมีประจำเดือนในช่วงกลางเดือนที่ 2 หลังคลอด

แน่นอนว่า เมื่อคุณแม่หลังคลอดเริ่มมีการตกไข่แล้ว โอกาสในการตั้งครรภ์ก็จะกลับมา ถึงตอนนั้นก็ค่อยเริ่มคุมกำเนิดได้เลย และถึงแม้ว่าประจำเดือนหลังคลอดจะมาแล้ว คุณแม่ก็ยังสามารถให้น้ำนมลูกน้อยได้เหมือนเดิมค่า

Pynpy’ Tip

น้ำนมแม่ดีที่สุดสำหรับทารกและเด็กเล็ก จึงควรให้ลูกได้ดูดนมแม่นานที่สุด ส่วนเรื่องการหย่านม จากความเห็นของกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็ก แนะนำว่าเด็กแรกเกิดควรจะเริ่มหย่านม เมื่ออายุได้ 12 เดือน หรือ 1 ขวบ และอย่างช้าที่สุดคือ 15 เดือน

หากมีความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกน้อยดื่มนมผงแทนนมแม่ ควรเริ่มเปลี่ยนจากน้ำนมแม่เป็นนมผง เมื่อเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป หรือถ้ามีความกังวลใจ แนะนำให้คุณแม่เข้ารับคำปรึกษาจากกุมารแพทย์ได้เช่นกันน้า

สาเหตุที่ประจำเดือนหลังคลอดยังไม่มา

การที่ประจำเดือนหลังคลอดยังไม่มาก็ ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ต้องเฝ้าระวัง ทีม Pynpy’ จึงได้รวบรวมสาเหตุต่างๆ ที่พบได้บ่อยมาไว้ให้แล้ว ไปดูกันเล้ย!

1.การให้น้ำนมลูก : อย่างที่กล่าวไป คุณแม่ที่ให้น้ำนมลูกอย่างสม่ำเสมอ จะส่งผลให้มีฮอร์โมนโปรแล็กตินมากขึ้น เพื่อไปช่วยสร้างน้ำนม และหยุดระบบสืบพันธุ์ จึงทำให้วงจรการเกิดประจำเดือนหยุดชะงัก

2.ฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ : เมื่อฮอร์โมนที่เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งของการเกิดประจำเดือน หากมีการเปลี่ยนแปลงไปก็จะส่งผลกับการมาของประจำเดือนเช่นกัน

3.การใช้ยาบางชนิด : เพราะยาบางชนิด มีผลข้างเคียงที่กระทบต่อฮอร์โมน

4.การคุมกำเนิด : หากก่อนหน้านี้ เคยมีการฉีดยาคุมกำเนิด หรือ ฝังยาคุมกำเนิด อิทธิพลของยาคุมกำเนิดก็จะยังคงอยู่สักระยะหนึ่ง

5.มีอาการซึมเศร้า เครียด : การที่อารมณ์แปรปรวน มีความวิตกกังวล หรือ ความเครียดสะสม ก็จะส่งผลต่อฮอร์โมน จนกระทบถึงการตกไข่ได้เช่นกัน จึงทำให้ประจำเดือนยังไม่มา แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะจากสถิติ จะพบคุณแม่หลังคลอดที่มีอาการซึมเศร้า ประมาณ 10-20% เท่านั้น

6.สภาวะร่างกายของคุณแม่ : เมื่อร่างกายของคุณแม่ไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ย่อมส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาทิ ระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะ มดลูก และ รังไข่ ที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนโดยตรง

7.โรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อ : เพราะฮอร์โมนเป็นเรื่องของระบบต่อมไร้ท่อโดยตรง หากระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ ฮอร์โมนก็จะแปรปรวนตามไปด้วย

8.โรคเรื้อรังบางโรค : อาทิ โรคไต เบาหวาน ที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง และเป็นเรื้อรัง จนทำให้สุขภาพเราไม่สมบูรณ์พร้อม และส่งผลต่อประจำเดือนได้เช่นกัน

มีเลือดออกหลังคลอด แต่ไม่ใช่ประจำเดือน!?

ในบางกรณี คุณแม่อาจมีเลือดออกหลังคลอดผิดปกติได้ ซึ่งไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะเราสามารถสังเกตได้ ด้วยลักษณะดังนี้

  • มีเลือดออกในปริมาณมากและมานาน : สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งคุณแม่คลอดธรรมชาติ ผ่าคลอด ที่ผ่านการคลอดที่ยาก และ มีน้ำเดินเป็นเวลานาน จนเกิดการติดเชื้อ จนแสดงอาการหนึ่งออกมา คือ เลือดออกมากผิดปกติ หรือเรียกว่า ตกเลือดหลังคลอด และยังมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมได้ด้วย อาทิ ปวดท้อง มีไข้ ซึ่งอาการตกเลือก มักจะมาภายใน ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ หลังคลอด แตกต่างจากประจำเดือนหลังคลอด ที่จะมาได้เร็วสุดภายใน 1 – 2 เดือน
  • มีเลือดออกกะปริดกะปรอยนานผิดปกติ :  เกิดได้หลายสาเหตุ อาจเป็นน้ำคร่ำ หรือ น้ำคาวปลาที่ยังคั่งค้างอยู่ จึงอาจมีเศษรกหรือเศษชิ้นเนื้อติดมาด้วย โดยปกติน้ำคาวปลามักจะเริ่มจากสีแดงสด ค่อยๆ จางไปจนมีสีใสหรือเป็นเมือกขาว หากผ่านไป 1-2 สัปดาห์ น้ำคาวปลามีสีแดงหรือไหลเป็นเลือดสด แบบนี้คือผิดปกติค่ะ
ภาพบน : ระดับสีของน้ำคาวปลาเมื่อเวลาผ่านไป , ภาพล่าง : ระดับสีของประจำเดือนเมื่อเวลาผ่านไป
  • มีอาการเจ็บ เมื่อมีเลือดออก
  • มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าลูกเทนนิส
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นเน่า

นอกจากนี้ถ้าเพื่อนๆ อยากอ่านเรื่องน้ำคาวปลา เพื่อที่จะได้แยกความแตกต่างจากประจำเดือนได้ดีขึ้น ก็คลิกที่บทความ ปัญหาของ “น้ำคาวปลา” ที่คุณแม่มือใหม่หลายคนมักสงสัย ? นี้ได้เลยนะคะ

Pynpy' Tip

หากคุณแม่สังเกตว่า นอกจากข้อผิดปกติที่กล่าวมาข้างบน ร่างกายยังมีอาการผิดปกติอื่นๆ อีก แนะนำให้ใจเย็นๆ ตั้งสติก่อน แล้วรีบไปพบสูตินรีแพทย์โดยเร็วนะคะ

อย่างไรก็ตาม ทั้งประจำเดือนหลังคลอด หรือน้ำคาวปลาที่คั่งค้าง อาจเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจกับคุณแม่อยู่บ้าง แต่วันนี้ Pynpy’ มีตัวช่วยในการรับมือแบบสบายๆ ลดความกังวลใจ และรองรับของเหลวต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่า ซึ่งก็คือ กางเกงในอนามัย Pynpy’ ที่ใช้แทนผ้าอนามัยได้เลย นั่นเอง!

ชวนคุณแม่ สบายใจ คลายกังวล ไปกับ กางเกงในอนามัย Pynpy’

แท่น แท๊นนน นี่เลยค่ะ Pynpy’ กางเกงในอนามัย นวัตกรรมใหม่ ที่ใช้แทนผ้าอนามัยได้เลย ที่รวบรวมคุณสมบัติสุดปังและครบครันไว้ในหนึ่งตัวครบหมดแล้ว แถมยังเหมาะมากๆ ในช่วงที่ร่างกายคุณแม่หลังคลอดยังมีของเหลวคั่งค้าง และ ประจำเดือน ที่จะมาตอนไหนก็ไม่รู้ เพราะ น้อง ‘ซึมซับประจำเดือนและของเหลวได้ขั้นสุด’ ‘เก็บได้ทุกหยด’ และ ‘ไม่ไหลย้อนกลับ’ โดยที่ไม่ทำให้เกิดการอับชื้น ใส่ได้นาน 8 – 12 ชั่วโมง ยาวๆ กันไปเลยค่า

แถมใส่สบาย ด้วยพลังเนื้อผ้าจากธรรมชาติ ไม่อึดอัดแน่นอน เพราะ กางเกงในอนามัย Pynpy’ มีถึง 11 ไซซ์ ตั้งแต่ 3XS – 5XL รับรองว่าใส่ได้ทุกรูปร่าง ทุกเพศ ทุกวัย พร้อมด้วย มาตรฐาน OEKO-TEX ระดับสากล ที่ทั้งปลอดภัย มีคุณภาพ รวมถึงเทคโนโลยี Anti-Bacteria ที่ดีต่อสุขภาพอนามัยช่องคลอด เพราะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ลดการระคายเคือง ทำให้ ไม่คัน ไม่แพ้ ลดความเสี่ยงในการเป็นเชื้อราในช่องคลอด อีกด้วย Perfect!

ทำความสะอาดก็สบาย เพียงทำ 3 ขั้นตอน ล้าง-ซัก-ตาก หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนและใช้วิธีการตากแดดให้แห้ง แทนการเข้าเครื่องอบผ้า เพื่อให้ กางเกงในอนามัย Pynpy’ มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 2 ปี ไปเลย!

เคล็ดลับฉบับง่ายๆ ดูแล Pynpy’ นวัตกรรม กางเกงในอนามัยยังไง ให้อยู่ได้นานเว่อร์
เคล็ดลับฉบับง่ายๆ ดูแล Pynpy’ นวัตกรรม กางเกงในอนามัยยังไง ให้อยู่ได้นานเว่อร์

บอกเลยว่า จบทุกความเสี่ยงของคุณแม่ แถมยังสบายทั้งตอนใส่ และตอนซัก เลยอยากชวนคุณแม่ทุกคน มาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ด้วยการ คลิกสั่งซื้อกางเกงในอนามัย Pynpy’ หรือลองดู รีวิวจากชาว Pynpy’ ผู้ใช้จริง ประกอบการตัดสินใจก่อนได้เลยนะคะ 🙂

Kitiya
ทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม

กางเกงใส่สบายค่ะ ทำความสะอาดง่าย วันที่ใส่กับคัพก็ไม่ต้องกังวลว่าจะทะลักมั้ย 

ลืมไปเลยว่ายังมีประจำเดือนอยู่

ได้ลองใส่แล้วนะคะ วันที่มาเยอะใส่กับมูนคัพ พอวันที่ 4 ไปแล้วใส่กางเกงในอย่างเดียว ลืมไปเลยว่ายังมีประจำเดือนอยู่ จนไปเข้าห้องน้ำ

กางเกงใส่สบายค่ะ ทำความสะอาดง่าย วันที่ใส่กับคัพก็ไม่ต้องกังวลว่าจะทะลักมั้ย ถูกใจมากค่าาา ไว้อุดหนุนเพิ่มแน่นอนค่า

ตอนนี้มี 2 ตัวค่า เพิ่งสั่งไปอีก 2 ลองรุ่นใหม่ด้วยพอดีเลย

Sao & her daughter
พนักงานบริษัท

เรารู้สึกสบายมากและมั่นใจมากเวลาใส่ เพราะจะไม่มีการซึมไหลออกมาให้เลอะเทอะเลย รู้สึกดีต่อใจ

(ประจำเดือนเรา) จะมาเยอะมากทั้งกลางวันและกลางคืน แค่ 2 วัน 2 คืน หลังจากนั้น ก็จะไม่ค่อยมีแล้วเพราะอายุเยอะแล้ว^^ ลองครั้งแรกที่บ้านตอนกลางวันของวันแรกที่มาเลย ทำตามที่แนะนำว่าให้ลองที่บ้านก่อน และอยากรู้ว่าจะเอาอยู่ไหม เพราะวันแรกจะมาเยอะมาก จำความรู้สึกตอนใส่ครั้งแรกได้ค่ะ รู้สึกตื่นเต้น อยากรู้มากๆว่าจะเป็นยังไง ตอนประจำเดือนไหลก็จะตื่นเต้นอยู่ในใจ และบอกตัวเองว่าไหลมาๆ อยากพิสูจน์ว่าจะเอาอยู่จริงไหม เลยเลือกลองแบบ hardcore เลย ใส่ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 3 ทุ่ม ในวันแรกที่มามาก และก็เอาอยู่จริง ไม่มีซึม ไม่มีเปื้อน คือมันดีมาก สุดยอดๆ ฮ่าฮ่าฮ่า

ตอนนี้ก็มาลุ้นตอนซัก พอเอากางเกงในอนามัยยื่นผ่านก๊อกเท่านั้น เลือดไหลออกมาง่ายๆเลย บีบๆขยี้เบาๆแป๊บเดียวก็ไม่มีน้ำแดงไหลออกมาแล้ว ดีงามมว้ากกก

Pynpy’ ขอเป็นเพื่อนซี้ที่ช่วยให้เพื่อนๆ มีความสุขในทุกๆ วัน ทั้งวันธรรมดาและในช่วงวันนั้นของเดือน และหากอยากได้ทริค บทความดีๆ หรือ อยากขอคำแนะนำจากเพื่อนคนนี้อีก ก็สามารถพูดคุยกับเราได้ในทุกช่องทาง Social Media ได้เลยน้า เพียงกดติดตามเราทั้งทาง FacebookTwitterInstagramYouTube และ Line   ก็สามารถทักมาพูดคุยได้เสมอเลยนะคะ

สุดท้าย Pynpy’ ขอให้คุณแม่และลูกน้อยสุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้า ไปพร้อมๆ สัมผัสความสบาย กับ กางเกงในอนามัย Pynpy’ กันด้วยน้า <3